เมืองยอดนิยมตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ปี 2025)
1. กรุงเทพฯ ประเทศไทย: ประมาณ 30.3 ล้านคน
2. ฮ่องกง: ประมาณ 23.2 ล้านคน
3. ลอนดอน สหราชอาณาจักร: ประมาณ 22.7 ล้านคน
4. มาเก๊า ประเทศจีน: ประมาณ 20.4 ล้านคน
5. อิสตันบูล ประเทศตุรกี: ประมาณ 19.7 ล้านคน
6. ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: ประมาณ 19.5 ล้านคน
7. เมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย: ประมาณ 18.7 ล้านคน
8. อันตัลยา ประเทศตุรกี: ประมาณ 18.6 ล้านคน
9. ปารีส ประเทศฝรั่งเศส: ประมาณ 18.3 ล้านคน
10. กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย: ประมาณ 17.3 ล้านคน
ประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
-
ความโดดเด่นของเอเชีย: รายชื่อนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของเมืองในทวีปเอเชีย ซึ่งแสดงถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
-
แนวโน้มที่เปลี่ยนแปลง: แม้กรุงเทพฯ จะครองอันดับหนึ่ง แต่ลำดับอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละรายงาน โดยในบางปี เช่น ปี 2023 อิสตันบูลก็เป็นหนึ่งในเมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดเช่นกัน
ประเทศที่มีอาหารยอดเยี่ยมที่สุดในโลก
นักท่องเที่ยวทั่วโลกโหวต! 10 อันดับประเทศที่มี “ประเทศที่มีอาหารยอดเยี่ยมที่สุดในโลก” ประจำปี 2025 โดย “Condé Nast Traveler”
อาหารไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณของผู้คนในแต่ละประเทศ ล่าสุดนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกอย่าง “Condé Nast Traveler” ได้ประกาศผลรางวัล “Readers’ Choice Awards 2025” ซึ่งจัดอันดับ “ประเทศที่มีอาหารยอดเยี่ยมที่สุดในโลก” โดยอ้างอิงจากการโหวตของนักเดินทางทั่วโลก
ผลปรากฏว่า “ประเทศไทย” ได้รับตำแหน่งอันดับ 1 อย่างสมศักดิ์ศรีชาติแห่งอาหาร! ส่วนอันดับ 2 และ 3 ได้แก่ “ประเทศอิตาลี” และ “ประเทศญี่ปุ่น” ส่วนอันดับอื่น ๆ จะตกเป็นของประเทศอะไร ไปดูกันเลย!
อันดับ 1 ประเทศไทย (คะแนน 98.33%) ประเทศไทยคว้าตำแหน่งแชมป์ประเทศที่มีอาหารยอดเยี่ยมที่สุดในโลกปี 2025 โดยได้คะแนนโหวตไปอย่างท่วมท้น ด้วยความหลากหลายของรสชาติที่ทั้งจัดจ้านและกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง ผัดไทย แกงเขียวหวาน หรือสตรีทฟู้ดตามตลาดกลางคืนที่โด่งดังไปทั่วโลก ที่สำคัญ “กรุงเทพฯ” ยังมีถึง “7 ร้านอาหาร” ที่ติดอันดับ “World’s Best Restaurants 2025” อีกด้วย
อันดับ 2 อิตาลี (คะแนน 96.92%)
อันดับ 3 ญี่ปุ่น (คะแนน 96.77%)
อันดับ 4 เวียดนาม (คะแนน 96.67%)
อันดับ 5 สเปน (คะแนน 95.91%)
อันดับ 6 นิวซีแลนด์ (คะแนน 95.79%)
อันดับ 7 ศรีลังกา (คะแนน 95.56%)
อันดับ 8 กรีซ (คะแนน 95.42%)
อันดับ 9 แอฟริกาใต้ (คะแนน 94.76%)
อันดับ 10 (ร่วม) เปรู และ มัลดีฟส์ (คะแนน 94.55%)

สถิติการท่องเที่ยวประเทศไทย – ไตรมาสที่ 3 ปี 2568
ภาพรวม
- จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด (ม.ค.–ก.ย. 2568): 23.45 ล้านคน
- การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบรายปี: −7.4%
- รายได้จากการท่องเที่ยว (ณ ต.ค. 2568): 1.16 ล้านล้านบาท
- ดัชนีความเชื่อมั่น (ไตรมาส 3 ปี 2568): 66 / 100
- ความท้าทายหลัก: การลดลงอย่างมากของนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน
5 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลัก (ม.ค.–ก.ย. 2568)
- มาเลเซีย – 4.2 ล้านคน
- จีน – 3.8 ล้านคน
- เกาหลีใต้ – 1.6 ล้านคน
- อินเดีย – 1.5 ล้านคน
- รัสเซีย – 1.3 ล้านคน
ภาพรวมธุรกิจโรงแรม
- หนึ่งในสามของโรงแรมรายงานว่านักท่องเที่ยวจีนลดลงมากกว่า 30%
- อัตราการเข้าพักยังคงต่ำกว่า 70% ในจุดหมายปลายทางหลัก
สาระสำคัญ
- ภาคการท่องเที่ยวของไทยมีความต้องการที่อ่อนตัวในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากจีนลดลง
- ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริป คงที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากอาเซียนและยุโรป
- รัฐบาลตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 12 ล้านคนในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 พร้อมสร้างรายได้เพิ่มอีก 580,000 ล้านบาท
แนวโน้มปี 2568
- เป้าหมายตลอดปี: นักท่องเที่ยว 33 ล้านคน
- กลยุทธ์หลัก: การกระจายตลาด การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
- สารสำคัญ: “จากการฟื้นตัวสู่ความยั่งยืน” — การท่องเที่ยวของไทยยังคงเดินหน้าสู่การเติบโตระยะยาว

สถิติการท่องเที่ยวประเทศไทย – ไตรมาสที่ 2 ปี 2568
แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้
- จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (1 ม.ค. – 29 มิ.ย. 2568): ประมาณ 16.61 ล้านคน ลดลง 4.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ยอดรวมครึ่งปีแรก (H1/2568): ประมาณ 16.69 ล้านคน ลดลง 4.66% เมื่อเทียบกับปี 2567
- ช่วง ม.ค.–พ.ค. 2568: มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 14.36 ล้านคน ลดลง 2.7% จากปีก่อน
- นักท่องเที่ยวจีนลดลงแรง: ลดลง 32.7–34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
การเปลี่ยนแปลงในตลาดหลัก
- จีน: มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 2.25 ล้านคน ในช่วง ม.ค.–มิ.ย. ถูกแทนที่ด้วยมาเลเซียในฐานะตลาดหลัก
- มาเลเซีย: ขึ้นเป็น อันดับ 1 ด้วยจำนวน 2.30 ล้านคน
- อินเดีย: มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยมากกว่า 1 ล้านคน ภายในกลางเดือนมิถุนายน
- ยุโรปและตะวันออกกลาง: เติบโตโดดเด่น เช่น:
- เยอรมนี +71%
- อิตาลี +28%
- ซาอุดีอาระเบีย +61%
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ +51%
ความท้าทายที่สำคัญ
- นักท่องเที่ยวจีนลดลงหนัก เนื่องจาก:
- ความกังวลด้านความปลอดภัย (เช่น กรณีลักพาตัวใกล้ชายแดนไทย–เมียนมา)
- เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในเมียนมา ที่ส่งผลต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยว
- ตลาดสำคัญในเอเชีย เช่น จีน เกาหลีใต้ และเวียดนาม หดตัวถึง 17–30%
- เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ชะลอตัว โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคม จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
แนวโน้มและกลยุทธ์
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับลดเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 จาก 37.5 ล้านคน เหลือประมาณ 35 ล้านคน
- กลยุทธ์ใหม่เน้นเจาะตลาดคุณภาพ เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีน
- เปิดตัวแคมเปญ “สวัสดีหนีห่าว” เจาะตลาดจีนโดยเฉพาะ พร้อมเพิ่มเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และจัดโรดโชว์ในหลายเมืองของจีนเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น
- รัฐบาลให้การสนับสนุนแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยสู่ระดับโลก.

สถิติการท่องเที่ยวประเทศไทย – ไตรมาสที่ 1 ปี 2568
ภาพรวม
- จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ: 9,549,004 คน (เพิ่มขึ้น 1.91% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว)
- รายได้จากการท่องเที่ยว: 462.75 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 10.47% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว)
-
ประเทศต้นทางหลัก:
- จีน – 1,331,434 คน
- มาเลเซีย – 1,153,496 คน
- รัสเซีย – 722,202 คน
- อินเดีย – 543,770 คน
- เกาหลีใต้ – 497,930 คน
- เยอรมนี – 341,242 คน
- สหราชอาณาจักร – 335,116 คน
- สหรัฐอเมริกา – 320,631 คน
- ญี่ปุ่น – 316,744 คน
- 1ฝรั่งเศส – 315,116 คน
ความท้าทาย
- จำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดเอเชียหลัก (เช่น จีน เกาหลีใต้ เวียดนาม) ลดลงเฉลี่ย 17% เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยและจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง.
- ปัจจัยลบที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ได้แก่:
- แผ่นดินไหวขนาด 8.2 ในเมียนมา.
- การลักพาตัวพลเมืองจีนบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา.
- นโยบายขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าโลก.
แนวโน้ม
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมปรับเป้าหมายเฉพาะตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยยังคงเป้าหมายรวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 39–40 ล้านคนในปี 2568.
สถิตินักท่องเที่ยวในประเทศไทย ปี ค.ศ. 2024
-
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด:
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 27 ธันวาคม ค.ศ. 2024 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35,047,501 คน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ -
·รายได้จากการท่องเที่ยว:
นักท่องเที่ยวเหล่านี้สร้างรายได้รวมให้กับประเทศมากกว่า 1.8 ล้านล้านบาท (ประมาณ 52.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ) -
ประเทศต้นทางหลักของนักท่องเที่ยว:
- จีน: 6.67 ล้านคน
- มาเลเซีย: 4.90 ล้านคน
- อินเดีย: 2.10 ล้านคน
- เกาหลีใต้: 1.85 ล้านคน
- รัสเซีย: 1.75 ล้านคน
ปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว
- นโยบายวีซ่าที่ผ่อนคลายมากขึ้น: ประเทศไทยยกเว้นวีซ่าให้กับพลเมืองจาก 93 ประเทศ และอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 60 วัน พร้อมทั้งยกเลิกแบบฟอร์ม ตม.6 ที่จุดผ่านแดนหลัก 16 แห่ง ทำให้การเดินทางเข้าประเทศสะดวกขึ้น
- การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งในสายการบิน: สายการบินระหว่างประเทศกลับมาเปิดเส้นทางเดิมและเพิ่มเส้นทางใหม่ รวมที่นั่งบินเข้าไทยในปี ค.ศ. 2024 ทั้งหมด 47 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2024
- กิจกรรมระดับโลกและเทศกาลต่าง ๆ: งานสำคัญเช่น “Amazing Thailand Countdown 2024” และ “มหาสงกรานต์ World Water Festival 2024” ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ
- การท่องเที่ยวคิดเป็นเกือบ 20% ของ GDP ประเทศไทย ในปี ค.ศ. 2024
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
แนวโน้มปี ค.ศ. 2025
- ระเทศไทยกำหนดให้ปี ค.ศ. 2025 เป็น “ปีแห่งมหกรรมท่องเที่ยวและกีฬา Amazing Thailand”
- ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติระหว่าง 36 – 39 ล้านคน
- ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวถึง 2.23 ล้านล้านบาท

